รีวิว ดูดไขมันต้นขา จ่ายจริง เจ็บจริง ไม่อวย

hatfeltbenji

สมาชิกโดดเด่น
สมัครเมื่อ
8 พฤษภาคม 2018
โพสต์
6
หลังจากที่ได้รีวิวเสริมจมูกซิลิโคนไปแล้ว มาวันนี้มารีวิวการทำศัลยกรรมส่วนอื่นบ้างครับ ถ้ามองจากปัญหาเนี่ย คงไม่พ้นสัดส่วน เพราะเราอ้วนขึ้นจากตอนผอม ถึง 22 กิโล

t7181.png


ตอนผอม Vs. ปัจจุบัน
แน่นอนว่าเสื้อเอย กางเกงเอย โละ! ใส่ไม่ได้จ้าาา #เท​

ตอนแรกเล่นกล้าม เข้าฟิตเนสนะครับ แต่รู้สึกว่าการกินมันสนุกกว่า ก็เลยไปทุ่มเทกับการกิน สรรหาร้านอร่อย ร้านเด็ด มันก็ค่อยๆอ้วนขึ้นๆ พออ้วนก็อยากผอม แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย แต่ก็มีบางช่วงนะที่คุมอาหาร กินสูตรนั่นสูตรนี่ กินอาหารเสริม ไฟเบอร์ บลาบลา คือช่วยได้แปปเดียว แถมโยโย่ด้วยซ้ำ

p4f12.jpg


รูปบางส่วนสมัยเข้ายิม เล่นเวท​

เหตุผลหลักที่ไม่ยอมผอมสักที คือ ไม่ออกกำลังกาย กินเข้าไปและไม่เผาผลาญออก มันก็คงไม่ผอมให้ เราก็มาคิดละ อะไรที่จะให้เรากลับมาผอมเหมือนเดิม ถ้าไม่ใช่ออกกำลังกาย และสิ่งที่ตอบโจทย์ก็คือ .. “ศัลยกรรม”
ด้วยความที่ดูดหน้าท้องแล้วไม่เจ็บ ก็เลยคิดว่า “ฉันต้องทำอีก”
เลยตัดสินใจดูดไขมันต้นขาในเดือนมีนาที่ผ่านมา ก็ทำที่คลินิกเดิม แต่เปลี่ยนหมอใหม่ นัดตรวจเลือด หาคิวว่าง และก็วางมัดจำเหมือนเดิม 50%
ซึ่งต้องบอกเลยว่าการดูดไขมันขาไม่ได้ชิลเหมือนดูดไขมันหน้าท้องนะ บอกเลยว่า “โค-ตะ-ระเจ็บ”
ถึงวันทำก็จ่ายเงินส่วนที่เหลือ+ค่ายา ซับพอร์ตไม่ได้ซื้อเหมือนเดิม เพราะที่บ้านมีชุดรัดอยู่แล้ว
ส่วนรอบนี้มีการดมยาสลบด้วย เราก็งดน้ำงดอาหาร 8 ชั่วโมงก่อนทำ และก็หลับไปไม่รู้เรื่อง ตื่นมาอีกทีคือเสร็จแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร ชาๆ พยาบาลก็เอาไขมันมาให้ดูและก็มาพันขาให้ มีข้าวต้มกับน้ำแดงมาให้ด้วย

h3es3.jpg


vrk34.jpg

สักแปปเราก็กลับบ้าน แต่ไม่กลับจริง (ไปเดินเล่นหนีบตุ๊กตาที่ห้างต่อ) เดินเยอะจนเริ่มเจ็บละ 555 ก็เลยกลับบ้านแบบจริงๆ (รู้สึกเหมือนกางเกงเริ่มเปียกด้วย)

2u4u5.jpg


ไขมันขา รอบนี้เยอะกว่าตอนดูดท้องอีก
พอถึงบ้านปุ๊บ ยาชาเริ่มหมด รู้เรื่องจ้าาา ผ้าก็อตก็เต็ม มีเลือดผสมน้ำเกลือซึมออกมาถึงผ้าพันขา เลอะกางเกงนิดหน่อย ตามจุดที่ดูดไขมันครับ

8p9j6.png

ครั้งนี้ไม่เหมือนตอนดูดท้องเลยครับ ดูดท้องผมรีบกลับบ้านแปะผ้าอนามัย แต่ครั้งนี้เถลไถล กว่าจะถึงบ้านผ้าก็อตก็เต็ม
พอแกะผ้าพัน+ผ้าก็อตออก เลือดผสมน้ำเกลือนี่คือไหลเป็นทางเลยครับ ได้ฟีลเหมือนคนแท้งหรือจะคลอดลูกเลย แต่ไม่รู้สึกตกใจนะครับ เรารีบเปลี่ยนเอาผ้าอนามัยแปะ เพื่อไม่ให้เลือดมันเลอะห้อง แล้วก็เอาผ้าพันมาพันครับ

em997.jpg


มาดูหลังทำเลยดีกว่าครับ
(ขออภัยนะครับ ถ้าภาพค่อนข้างหวาดเสียว)

1nh28.png


หลังทำวันแรก แกะผ้าพันออก ให้ขาหายใจหน่อย คือแบบช้ำมากกกกก เหมือนโดนซ้อม 555 ช้ำแบบนี้อยู่หลายวัน และก็ค่อยๆหายไป (เราทายาแก้ฟกช้ำช่วยด้วยครับ)

1dyy9.jpg


ครบ 7 วันก็ไปตัดไหม
6or10.jpg

7วันแรกบอกเลยเดินลำบาก มันตึง และก็เจ็บแบบช้ำๆเหมือนเดิม 5555 ตลอดเวลาคิดว่าแบบ ไม่เอาแล้ว จะไม่ทำอีกแล้ว เจ็บโพดๆ อยากย้อนเวลา ไม่อยากทำแล้ว มาเดินได้แบบคล่องตัวหน่อยก็อาทิตย์ที่ 2 นี่แหละ แต่หลังจากเดินได้ ก็ไม่ได้รู้สึกอยากย้อนเวลานะ พอมันหายเจ็บ เห็นว่าขาเล็กลงจริง ก็รู้สึกว่าก็โออยู่นะที่ทำ 555
ช่วง 2 อาทิตย์แรกเราเอาผ้าพันรัดแทน กางเกงซับพอร์ตนะ เพราะว่าใส่กางเกงเลยยังไม่ได้ มันเจ็บมาก เลยไม่ฝืนจ้าา

unw11.png


แต่หลังจากที่เริ่มใส่กางเกงซับพอร์ตได้ ก็ใส่ไว้ตลอดเลย

ผ่านไป 1 เดือน เห็นขาเล็กลง ส่วนตัวว่าชัดเจนนะ

eyw12.jpg


ด้านหน้า

nvd13.jpg


ด้านข้าง

4bc14.jpg


ด้านหลัง​

ช่วงเดือนแรก มีอาการชา ความรู้สึกจะเหมือนเวลาเราเป็นเหน็บชาตอนใกล้จะหายอ่ะครับ แต่ไม่มีผลกระทบอะไรในการใช้ชีวิต และ ณ ตอนนี้อาการชานั้นแทบจะไม่มีแล้วครับ

สรุปค่าใช้จ่ายของเราทั้งหมด
ดูดไขมันต้นขา

- ค่าดูดไขมันแบบเหมาต้นขา 49,000 บาท
- ค่ายา 1,040 บาทเช่นกัน

สำหรับเราการดูดไขมันทั้ง 2 ครั้ง ก็พอใจทั้งคู่ แต่ยกความเจ็บให้ขา อาจจะเป็นเพราะขาคือส่วนที่รับน้ำหนักในการเดิน มันเลยเจ็บมากที่สุด แต่คนละอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนเจ็บ บางคนไม่ อย่างท้องเนี่ยไม่เจ็บเลยออกแนวเมื่อยๆ แต่ขาเนี่ยเจ็บมากจริง
หลังจากนี้ก็คงจะเลิกขี้เกียจและหันกลับมาออกกำลังอย่างจริงจัง เพราะดูดไขมันสัดส่วนเราเล็กลงจริง แต่สุขภาพเราไม่ได้ การดูดไขมันของเราครั้งนี้เป็นตัวช่วยให้การออกกำลังกายของเรามันรวดเร็วขึ้น ให้เราเหลือไขมันที่ต้องเบิร์นน้อยลง จากที่ต้องออก 100 ถึงจะผอม ก็กลับมาออก 50 อะไรแบบนั้น
นอกจากจะมีแพลนลดน้ำหนักอย่างจริงจังแล้ว หลังจากนี้ก็คงต้องไปหากางเกงขาเดฟมาใส่เพิ่ม เพราะใส่ได้แล้ว ไม่ต้องวัดกางเกงจากต้นขาอีกแล้ว 55555

1nv15.png


xrh16.png
 

biwbeautysomax

สมาชิกโดดเด่น
สมัครเมื่อ
16 กรกฎาคม 2018
โพสต์
20
ลดลงเยอะมากเลยค่ะ กระชับดีด้วย
 
ด้านบน ด้านล่าง