tt

ปัญหาต่าง ๆ ที่สามารถแก้ไขได้ในการรักษาข้อเข่าเสื่อม

babala

สมาชิกโดดเด่น
สมัครเมื่อ
16 กันยายน 2020
ข้อความโพสต์
126
bon19082021.jpg

ข้อเข่าเสื่อมปัญหาสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อที่เป็นเหมือนเบาะรองรับน้ำหนักในข้อได้สูญเสียคุณสมบัติและเกิดการยุบตัวและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ด้วยเหตุนี้ กระดูกข้อต่อจึงเกิดการเสียดสีกันขณะเคลื่อนไหวจนเกิดการสึกกร่อน ผิวข้อบางลง ไม่เรียบ และอาจมีเสียงดังในข้อ รวมถึงมีอาการเจ็บปวดเมื่อใช้งานข้อเข่าหรือเมื่อเคลื่อนไหว ถ้าหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาหรือได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก็อาจเกิดอาการข้อเข่าอักเสบรุนแรงจนมีน้ำที่ด้อยคุณภาพมากขึ้นในข้อเข่า ทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ภาวะข้อเข่าเสื่อมยังอาจส่งผลให้ข้อเข่าผิดรูปได้เนื่องจากข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานหรือผ่านการใช้งานอย่างหนัก เช่น ผู้สูงอายุ นักกีฬาบางประเภท หรือผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่า ซึ่งจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าคนปกติได้ ซึ่งในการรักษาข้อเข่าเสื่อมก็มีอยู่ด้วยกันหลายวิธีรวมถึงปัญหาข้อเข่าเสื่อมที่รักษาได้นั้นมีดังนี้

การรักษาข้อเข่าเสื่อม

1. การปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกาย

เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยพยุงข้อเข่า และถ่ายเทน้ำหนักจากข้อเข่ามาที่กล้ามเนื้อได้ดี ทำให้ข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักมากจนเกินไป แนะนำให้ผู้สูงวัยออกกำลังกายประเภทที่มีแรงกระแทกต่อข้อเข่าน้อย (Low-Impact Exercise) เช่น ว่ายน้ำ การปั่นจักรยานอยู่กับที่ การเต้นแอโรบิกที่ไม่มีท่ากระโดด การเต้นแอโรบิกในน้ำ หรือการเดิน เป็นต้น

แต่หากท่านยังอายุไม่มากนัก หรือออกกำลังกายเป็นประจำ ก็อาจจะเลือกเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้ง การเดินเร็ว การเต้นแอโรบิกได้ หรือการออกกำลังแบบบอดี้เวทเทรนนิ่ง (Body Weight Training) คลิกดูตัวอย่างท่าออกกำลังกายเพื่อป้องกันอาการปวดเข่าได้ ที่นี่

2. การรักษาด้วยการใช้ยา

วิธีนี้แพทย์จะพิจารณาให้ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ และ/หรือยาบำรุงข้อเข่าแก่ผู้ป่วย เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) กลูโคซามีน(Glucosamine) ไดอะเซอรีน (Diacerein) ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นต้น เพื่อลดอาการปวดข้อเข่าที่รบกวนชีวิตประจำวันของผู้ป่วย อาจจะเป็นแบบเม็ด หรือแบบฉีดก็ได้ ทั้งนี้ อาจรวมไปถึงการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ในบางกรณีที่จำเป็น

3. การทำกายภาพบำบัด

เพื่อบรรเทาอาการปวดบริเวณข้อเข่า เช่น การทำอัลตราซาวด์ การใช้เลเซอร์รักษา การรักษาด้วยคลื่นสั้น (Shortwave Therapy) การรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation) การประคบด้วยแผ่นร้อนและแผ่นเย็น รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด ซึ่งอาจรวมไปถึงการเสริมสร้างความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าด้วยเช่นกัน

4. การรักษาทางชีวภาพ หรือ Biological Therapy

ซึ่งเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาอาการผิดปกติของกระดูกอ่อนและน้ำเลี้ยงข้อเข่า โดยสามารถทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

4.1) การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียม (Hyaluronic acid)

ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับเป็นสารหล่อชนิดหนึ่งเข้าไป เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดอาการฝืดตึงของข้อเข่า โดยมุ่งเน้นรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม ด้วยการเพิ่มน้ำหล่อลื่นและกระตุ้นสารตั้งต้นผิวข้อเข่า เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม และรักษาด้วยยาแล้วไม่หาย แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในระยะรุนแรงถึงขั้นต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม ในด้านผลการรักษา จะเห็นผลจากประสิทธิภาพจริงที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรืออาจจะนานได้ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคเป็นรายๆ ไป แต่หากมีภาวะข้อเข่าเสื่อมมากๆ แล้วนั้น การรักษาอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

นอกจากการใช้กับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัดแล้ว ยังสามารถใช้ร่วมกับการผ่าตัดผิวข้อเข่าเทียมได้ด้วย เพื่อช่วยปรับสมดุลน้ำในข้อเข่าหลังการผ่าตัดและช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยให้สามารถกลับมาใช้ข้อเข่าที่บาดเจ็บได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากการรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อบ่งชี้และข้อห้ามในการใช้อยู่ จึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อก่อนจะดีที่สุด

4.2) การฉีด Platelet Rich Plasma (PRP)

หรือสารสกัดเกล็ดเลือด จากเลือดของผู้ป่วยเองที่มีความเข้มข้นของ growth factor หรือสารที่ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อโดยธรรมชาติ ช่วยให้บริเวณที่มีการบาดเจ็บดีขึ้น เป็นวิธีที่ได้ผลดี ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง และมีผลข้างเคียงต่ำ เนื่องจากเป็นสารสกัดจากเลือดของผู้ป่วยเอง เหมาะกับผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม หรือมีการบาดเจ็บของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณข้อเข่า

นอกจากวิธีในการรักษาข้อเข่าเสื่อมตามด้านบนนี้แล้ว ก็ต้องหมั่นดูแลตนเองให้ดี ๆ ออกกำลังกาย และควบคุมอาหารการกิน รวมไปจนถึงการเลือกทานอาหารควรเลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ ทานพืชผัก ผลไม้อย่างเป็นประจำ ทานปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ เต้าหู้ และพวกถั่วต่าง ๆ ถั่วแดง ถั่วเขียว เพราะจะทำให้ได้ทั้งโปรตีนและกรดไขมันที่จำเป็น ช่วยเสริมข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้นค่ะ นอกจากนี้ก็ควรดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย และดื่มน้ำให้มาก ๆ ประมาณ 8 แก้วต่อวันด้วยนะคะ

#รักษาข้อเข่าเสื่อม
 
ด้านบน Bottom